Thai / English 
 
 






















 

                                คำพยานของ คุณธนัญญา  โชคธีรสวัสดิ์ 


         ในช่วงที่ดิฉันกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ดิฉันได้มีเพื่อนชายที่สนิทสนมคนหนึ่ง และเพื่อนคนนั้นก็กลายเป็นคนรักของดิฉันในเวลาต่อมา  ดิฉันได้ต้อนรับเอาพระเยซูคริสต์ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดในปี1989 ก่อนเพื่อนชายสองปี ภายหลังจากจบการศึกษาสี่ปี เราก็ได้สมรสกัน สามีของดิฉันเป็นคนที่รักพระเจ้าและมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากในการรับใช้พระองค์ควบคู่ไปกับงานสายอาชีพของเขา เขาเป็นคนที่ทุ่มเทและเสียสละในทุกด้านเพื่อเลี้ยงดูจิตวิญญาณของผู้เชื่อใหม่ให้เติบโตขึ้นเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ เขามีความมุ่งหวังจากดิฉันมากในฐานะผู้เป็นภรรยาที่จะให้การสนับสนุนเขาในทุกๆด้าน  เนื่องจากเราทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน จึงเป็นเหตุให้ดิฉันขาดความเคารพยำเกรงต่อสามีในฐานะผู้นำและหัวหน้าครอบครัว  เวลาใดที่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของสามี ดิฉันก็จะโต้แย้งและเถียงทันที  ดิฉันขาดความเข้าใจในนิมิตการรับใช้พระเจ้าของเขาและไม่ได้ให้การสนับสนุนเท่าที่ควร ดังนั้นสามีของดิฉันจึงรู้สึกเหนื่อยใจมากกับนิสัย การเถียง การดื้อดึง  และการเข้าใจยากของดิฉันซึ่งเป็นอุปสรรคต่องานรับใช้ของเขา

          ในปี 1998 พระเจ้าได้ทรงนำดิฉันให้เข้าเรียนพระคำของพระองค์ในกลุ่มสร้างสาวกของพันธกิจสตรีในหัวเรื่อง “น้ำพระทัยพระเจ้าสำหรับสตรี” เริ่มจากบทเรียนนั้นเป็นต้นมา พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยให้ดิฉันได้รู้ถึงพระประสงค์ของพระองค์ที่ทรงนำให้ดิฉันได้สมรสกับสามีคนนี้ และบทเรียนนั้นได้กลายเป็นท่อพระพรต่อครอบครัวของดิฉันเป็นอย่างมาก ท่าทีและอุปนิสัยของดิฉันได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องเมื่อดิฉันได้นำเอาหลักคำสอนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน  ดิฉันได้เริ่มต้นทำหน้าที่ของตนเองอย่างมีเป้าหมายร่วมกับสามีในฐานะที่เป็นคู่อุปถัมภ์ที่สมกับเขาในทุกๆ ด้าน เริ่มจากการดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพร่างกายและจิตใจของสามี ตลอดจนให้การสนับสนุนและส่งเสริมเขาในการเตรียมคำเทศนาและการเป็นผู้นำกลุ่มแคร์ที่บ้านในทุกๆ สัปดาห์ โดยไม่อนุญาตให้ตนเองหรือบุตรชายมาเป็นอุปสรรคต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเขา

          ดิฉันพยายามทำหน้าทีของตนเองให้ดีที่สุดเพื่อเป็นการถวายเกียรติยศแด่พระเจ้าและเพื่อเป็นการให้กำลังใจแก่สามี เวลาที่เรามีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน ดิฉันก็พยายามยับยั้งริมฝีปาก และบังคับจิตใจที่จะไม่โต้เถียงกับสามีโดยพึ่งพิงฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อให้มีจิตใจที่สงบและสุภาพ นอกจากนี้ ดิฉันยังได้เรียนรู้ถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกชายอย่างมีเป้าหมายอีกด้วยเพื่อเขาจะเติบโตขึ้นในทางของพระเจ้าและมีชีวิตเป็นที่ถวายเกียรติยศแด่พระองค์  ดิฉันได้ทุ่มเทเวลาในการอธิษฐานและการอ่านพระคำของพระเจ้าให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ครอบครัวของเราจะนมัสการพระเจ้าร่วมกันเป็นกิจวัตร ดิฉันขอบคุณพระเจ้าผู้ทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของดิฉัน สามีของดิฉันได้เอ่ยปากชมเชยว่าดิฉันมีคุณสมบัติของสตรีในสุภาษิต 31:10-31 และเขาเองไม่ขาดกำไรเลยที่ได้ดิฉันมาเป็นภรรยา และเขาก็ปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ดิฉันแบ่งปันบทเรียน “น้ำพระทัยพระเจ้าสำหรับสตรี” ให้แก่สตรีคนอื่นๆได้เรียนรู้ เพื่อเขาเหล่านั้นก็จะได้รับพระพรเช่นเดียวกัน